ชุดของซัมเมอร์
ดู (500) Days of Summer มาสี่รอบ รอบแรกดู Zooey Deschanel
รอบสองดู Joseph รอบสามฟังเพลงอย่างเดียว
และรอบที่สี่ดูแต่เสื้อผ้าที่ summer [ Zooey Deschanel ] สวมใส่ในหนังเรื่องนี้
คนออกแบบคือ Hope Hanafin ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของพระเอก นางเอกเอง
Zooey ชอบแต่งตัว vintage ย้อนยุคแบบนี้อยู่แล้ว เพราะเห็นเป็นประจำ
ชุดในหนังน่ารักจนต้องเซฟเก็บไว้ดู น่ารักจนอยากแบ่งให้ดูด้วยเลยเป็นเหตุผลของการอัพเดตในวันนี้
เรียบง่ายแต่ดูดี เน้นโทนสีฟ้า สีฟ้าอ่อน สีเทา สียีนส์
พระเอกเองก็แต่งตัวในแบบที่ฉันชอบ รสนิยมในการฟังเพลงของคนก็คล้ายๆ
กับรสนิยมในการแต่งตัวของเขาเหมือนกันนะ พระเอกแทบจะเห็นหูฟังติดตัวมาตลอด
ชุดบนรถไฟ พระเอกใส่แค่เชิร์ทสีขาว ส่วนนางเอกใส่เสื้อปักลายดอกไม้คู่กับกางเกงยีนส์ รู้สึกว่าชุดนี้น่ารักมาก >_<
ชอบชุดนี้ที่สุด เป็นชุดปาร์ตี้บนดาดฟ้าของบ้านนางเอก ผมแค่รวบขึ้น แต่งไม่เยอะ ดูสดใสมากเลย
แต่งตัวไม่หวือหวาและดูไม่เยอะเกินไป ทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มองได้ตลอดวัน ชุดตรงกลางเป็นชุดใส่ไปทำงาน
ชุดไปงานแต่งงาน ชุดนี้ก็สวยอีกแล้ว
ปกติเป็นคนชอบเซฟรูปสวยๆ เก็บไว้ค่ะ รูปสไตล์การแต่งตัวของคนก็พอมีบ้าง
ชอบคนที่มีสไตล์การแต่งตัวในแบบของตัวเอง Zooey ก็เป็นคนหนึ่งค่ะ
เหมือนจะรู้กันหมดแล้วสินะว่าฉันชอบ Zooey Deschanel >_<
Sensibility and sonnet 116
ดู sense and sensibility อีกครั้งจากหลายรอบ หนังเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นอีกเรื่องที่ฉันชอบมากเสมอ sense and sensibilityเป็นเรื่องราวของสองพี่น้อง Elinor กับ Marianne จำได้ว่าตอนที่ดูเรื่องนี้ครั้งแรกในวัยเด็กจะรู้สึกรำคาญผู้หญิงอย่าง Elinor มากเพราะว่านิสัยฉันจะเหมือนกับ Marianne คนน้องมากกว่า Marianne จะทำอะไรตามสิ่งที่ตัวเองรู้สึก เป็นคนอ่อนไหว ชอบอ่านบทกวี เธอเปรียบความรักเหมือนไฟ ส่วนคนพี่เป็นคนที่เก็บความรู้สึกไว้ภายใต้เหตุผลมากมาย มีความรู้สึกรักแบบเรียบง่าย เมื่อฉันเติบโตขึ้นฉันกลับนับถือผู้หญิงอย่าง Elinor และมองเธอว่าเธอมีวุฒิภาวะและมีนิสัยเป็นพี่คนโต เธอไม่ทำอะไรตามใจตนเองแต่กลับรับผิดชอบและความรู้สึกคนอื่นเสมอแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนเธอก็ไม่แสดงออก

Jane Austen เจ้าของบทประพันธ์ต้องการจะบอกว่าการที่ผู้หญิงสองคนนี้จะมีความสุขได้คือการปรับอารมณ์ความรู้สึกกับเหตุผลให้สมดุลย์กัน sense คือตัวแทนของ Elinor คนพี่และ sensibility คือตัวแทนของ Marianne ผู้เป็นน้อง (ฉลาดจัง Jane Austen )
ในหนังที่สุดละเมียดเรื่องนี้มีจุดที่บอกคนดูว่าตัวละครทั้งสองหาจุดตรงกลางเจอแล้ว คือตอนที่ Marianne เดินฝ่าสายฝนและพูดถึง sonnet 116 ของเชคสเปียร์ (บทที่เธอชอบที่สุด)
Love is not love
Which alters when it alteration finds,
Or bends with the remover to remove:
O no! it is an ever-fixed mark
That looks on tempests and is never shaken
*ฉันชอบเคทในหนังเรื่องนี้และ revolutionary road มากกว่าหนังที่เธอได้ออสการ์เสียอีก
Marianne อกหักจากชายหนุ่มที่รักเธอแต่อาจรักสิ่งอื่นมากกว่า เช่น ทรัพย์สิน การมีหน้ามีตา ตำแหน่งในสังคม (ขณะนั้น Marianne ไม่มีเงินและสมบัติเพราะว่าพ่อของเธอเสียชีวิตไปและตามกฏหมายจะไม่มีการยกสมบัติให้ลูกสาว)Marianne มาถึงจุดที่เข้าใจว่า ความรักอย่างเดียวมันไม่พอสำหรับคนบางคนและในความรักที่แท้จริงย่อมไม่มีสิ่งใดทำลายลงได้
อีกจุดคือของพี่สาว ตอนที่ Elinor ทราบว่าชายที่เธอรักไม่ได้แต่งงานกับหญิงอื่นเพราะรักษาคำสัญญาที่มีไว้ตอนเป็นเด็กหนุ่มและเขารักเธอ Elinor ร้องไห้และปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้นมาให้เขาได้เห็นเป็นครั้งแรก
หนังสวยงามดังภาพวาด ฉันตอนเด็กและตอนโตก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปจากการดูครั้งก่อนหน้านี้คือ sonnet 116
ซาบซึ้งและอินกับมัน ฉันรักเชคสเปียร์มากกว่าเดิมและเข้าใจความรักมากขึ้น
Only yesterday
ความทรงจำในชีวิตของแต่ละคน เป็นเรื่องของความสุขและความเศร้าที่ปะปนกันไป แต่ไม่ว่าแบบไหนความทรงจำเป็นสิ่งล้ำค่า เมื่อมองมันอย่างเข้าใจ
ตัวละครอันเป็นที่รัก
ตัวละครที่ฉันชื่นชอบ มักปรากฏตัวอยู่ในหนังที่ฉันชอบ ตัวละครเหล่านี้ ถ้ามีตัวตนอยู่ในโลกนี้
ฉันก็คงอยากอยู่ใกล้ เพราะคงทำให้รำคาญใจได้น้อยมาก
ฉันมักเห็นอะไรในรายละเอียดเสมอ นิสัย สายตา สัมผัส อารมณ์ของตัวละครบางตัว ทำให้ฉันรู้สึกว่า โลกนี้ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวจนเกินไป ตัวละครเหล่านี้ ก็อาจถูกสร้างขึ้นจากตัวตนของบางคนบนโลกก็เป็นได้

– Penny Lane ( Almost Famous)
เมื่อรักแล้วฉันมองไม่เห็นสิ่งอื่น นอกจากคุณ
-Jerry Maguire ( Jerry Maguire )
ตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
-หยกไจ๋ ( Day of Being Wild)
ถ้ายังไม่ตายก็ยังไม่รู้ ว่าจะรักใครมากที่สุด
-Beatrix Kiddo (kill bill v.2)
เพราะเธอก็ร้องไห้เป็น
-Samwise Gamgee (The Lord of the Rings)
เพื่อนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลก
-พี่เป้า (Tian mi mi)
มิกกี้เมาส์ที่รัก

-Amelie ( Amelie)
อยากให้ทุกคนบนโลกมีแต่ความสุข
-Di ( The road home )
Love is a verb,การแสดงออกของความรัก

-Julien & Sophie (Jeux d’enfants)
โลกของเรา ก็มีแค่เรา(สองคน)
-มิโอะ (Be with you)
ความสุขของฉันคือการได้อยู่เคียงข้างคุณ
-Sally Albright (When Harry Met Sally)
Woman can fake for orgasm.
-Francesca Johnson (The bridges of Madison county)
ความรักที่มีวุฒิภาวะ
-Eleanor Arroway (Contact )
เท่มาก ผู้หญิงคนนี้

-Edward Bloom ( Big fish)
ชายในฝัน
-โต้ง(The love of Siam)
เห็นความหวังอยู่ในสายตาเสมอ
*Edit* เปลี่ยนจากโต้งเป็นมิวด้วย ชอบบทมิว
แต่ตอนที่นึกหน้าน้องพิช ใจคิดถึงน้องโอ้ เลยพิมพ์ชื่อผิด
-กุนวู (My sassy girl)
แสนดี
-Ron Weasley (Harry Potter)
ธรรมดา แต่เป็นคนพิเศษ
-Clementine (Eternal Sunshine of the Spotless Mind )
ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้
-Samantha Jones (Sex and the city)
รู้ว่าชีวิตต้องการอะไรและใช้ชีวิตซะ
-Forrest Gump (Forrest Gump)
ถ้ารักใคร คนที่เรารักจะอยู่ในใจ ตลอดเวลา
-edith piaf (La Môm)
i will live for her
เท่าที่นึกได้นะ
Be with me
Is true love truly there,my love?
Yes,if your warm heart is.

ความรักอาจทำให้โลกของใครหลายคนมืดมิดเหมือนคนที่มองสิ่งใดไม่เห็น แต่สำหรับบางคน
ความรักทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นต่างหาก
อยู่เคียงข้างฉัน,stand by me
นั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึงในกรุงเทพฯ เหลือบไปเห็นกล่องแผ่นเสียงติดโชว์ที่ฝาผนังของร้าน
เป็นเพลงประกอบหนังของหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันรัก ทำให้คิดถึงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องดังกล่าว




