<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ramida*</title>
	<atom:link href="http://ramida.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://ramida.net</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Mar 2010 18:56:57 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>sensibility and sonnet 116</title>
		<link>http://ramida.net/2010/03/04/sensibility-and-sonnet-116/</link>
		<comments>http://ramida.net/2010/03/04/sensibility-and-sonnet-116/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 18:54:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/?p=174</guid>
		<description><![CDATA[ดู sense and sensibility อีกครั้งจากหลายรอบ หนังเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นอีกเรื่องที่ฉันชอบมากเสมอ sense and sensibilityเป็นเรื่องราวของสองพี่น้อง Elinor กับ Marianne ]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2010/03/04/sensibility-and-sonnet-116/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>snell home</title>
		<link>http://ramida.net/2009/12/18/snell-home/</link>
		<comments>http://ramida.net/2009/12/18/snell-home/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2009 19:23:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[destination!]]></category>
		<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[movie:)]]></category>
		<category><![CDATA[places:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[ย้ายมาปายแต่ก็ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง 'เรา' ขับรถออกไปนอกตัวเมืองและไปเจอประกาศที่แปะไว้ พอไปดูบ้านที่เราอยากจะเช่าอยู่ชั่วคราวกลายเป็นวิลลา รักแรกพบในครั้งนี้ทำให้ทุกอย่างดูดีไปหมด เพราะตลอดหลายปีมานี้คนรอบตัวฉันต่างรู้ดีว่าฉันพูดถึงแต่ วิลลา วิลลา วิลลา เป็นความฝันเล็กๆของฉันที่อยากมีวิลลาเป็นของตัวเอง]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2009/12/18/snell-home/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว</title>
		<link>http://ramida.net/2009/12/09/a-hundred-years-of-solitude/</link>
		<comments>http://ramida.net/2009/12/09/a-hundred-years-of-solitude/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Dec 2009 07:32:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i read :)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งอ่าน หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว จบลงไป จากที่ไม่รู้จักความเหงามานานหลายปีก็เริ่มจะคิดถึงมันแต่ก็แค่คิดถึงเฉยๆ เพราะฉันเชื่อว่าฉันคงไม่รู้จักความเหงาอีก (จากที่ความเหงาได้หลอมรวมกับความสุข จนกลายเป็นตัวฉันในทุกวันนี้) ฉันเชื่อว่าคนที่ชอบอ่านหนังสือในใจลึกๆ มักหลงรักความโดดเดี่ยว หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่ยังไม่อยากให้จบลงเพราะระยะเวลาที่อ่านเป็น ช่วงเวลาที่แยกเราให้ไกลห่างจากทุกสิ่งบนโลก ฉันชอบระยะห่างระดับนี้ที่มีโลกอีกใบในจินตนาการที่ระเบิดเสียงหัวเราะได้ ไม่จำกัด]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2009/12/09/a-hundred-years-of-solitude/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>over the rainbow</title>
		<link>http://ramida.net/2009/10/09/over-the-rainbow/</link>
		<comments>http://ramida.net/2009/10/09/over-the-rainbow/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Oct 2009 03:59:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[places:)]]></category>
		<category><![CDATA[traveling:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/?p=69</guid>
		<description><![CDATA[ยิ่งอยู่ไกลห่างจาก blog ชีวิตข้างนอกนั่นก็ดูเหมือนจะมีการผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้น ประสบการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายรวมไปถึงระดับของความสุขด้วย ช่วงชีวิตที่หายไปได้ ได้พบกับจุดที่หยุดนิ่งและไม่สามารถหยุดนิ่งได้เลย

ฉันไปอยู่ทะเลกับเพื่อนหลายวันจนยุงกัดเต็มขา แต่ช่วงเวลาดีดีก็ไม่ได้เลือนหายไป เพราะการได้นั่งมองพระจันทร์แบบที่ซึมซับความสวยงามของมันจริงๆย่อมมีค่า มากกว่า]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2009/10/09/over-the-rainbow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>brownie</title>
		<link>http://ramida.net/2009/01/22/brownie/</link>
		<comments>http://ramida.net/2009/01/22/brownie/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2009 11:22:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[baking:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2009/01/22/brownie/</guid>
		<description><![CDATA[+ฉันชอบทำบราวนี่มาก เพราะเป็นอะไรที่ทำง่ายและเข้าถึงผู้คนได้ง่ายดายที่สุด บราวนี่เป็นขนมที่หัดอบเองในช่วงแรกๆเลยมีความผูกพันอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้อบบราวนี่ รู้สึกเหมือนตื่นเต้นเหมือนตอนหัดทำใหม่ๆ


ออกจะเป็นคนกินขนมยากไปสักหน่อยแต่บราวนี่ดีดี บางทีก็อาจทำอีกความสุขหนึ่งของชีวิตหาได้ง่ายๆแค่เดินไปอุ่นที่เตาไมโครเวฟโดยใช้เวลาไม่ถึงนาที บราวนี่บนโลกนี่มีมากมายหลายแบบ บราวนี่ของฉัน จะเป็นบราวนี่ที่กรอบนอกนุ่มใน ข้างในสอดใส้ด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์
อร่อยดีแต่เนื่องจากไม่ชอบทำกินเองชอบแต่ทำให้คนอื่นมากกว่า นานทีปีหนจึงจะได้สักชิมที

++นอกจากที่ทำเองแล้ว บราวนี่ที่ชอบที่สุดเป็นของร้าน ต้องตา แอนด์ ตะวัน ที่เชียงใหม่ที่ทำให้คนที่ไม่ชอบกินขนมหวานคนหนึ่งได้มีความสุขมากถึงกับเคยชวนใครสักคนขับรถไปซื้อบราวนี่ที่เชียงใหม่และถ้าใครอยู่เชียงใหม่ก็จะฝากให้หยิบมาอยู่เสมอ บราวนี่ร้านนี้มีหน้าตาหลากหลาย ตื่นตาตื่นใจแต่ที่ชอบที่สุดก็คือ บราวนี่กล้วยตาก เธอเท่านั้น
+++ครั้งที่ทำบราวนี่แล้วสำผัสกับคนได้มากที่สุด คือตอนงาน readcamp#1 ที่ทำบราวนี่เยอะมากจนไม่ได้นอนเพราะคำนวนเวลาและพลังงานผิดแต่ความล้าค่อยหายไปทีละนิดตั้งแต่มีคนมาหยิบบราวนี่ไปกินแล้วยิ้มๆ จากวงเล็กๆเป็นวงกว้างๆ ..มีความสุข

ขโมยรูปมาจาก
น้องthan

thanks!
++++keep baking brownie!
+++++ที่เว็บของ
*PRADT

ให้ 4 ดีใจจะแย่  
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2009/01/22/brownie/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>the inspiration box,</title>
		<link>http://ramida.net/2009/01/16/the-inspiration-box/</link>
		<comments>http://ramida.net/2009/01/16/the-inspiration-box/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2009 09:22:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2009/01/16/the-inspiration-box/</guid>
		<description><![CDATA[เราอาศัยอยู่บนโลกแห่งความเป็นไปได้เสมอ โลกที่มีแรงบันดาลใจให้เราอย่างเต็มเปี่ยม ฉันเชื่อแบบนั้น ฉันชอบที่จะดำเนินชีวิตโดยมีแรงบันดาลใจ ชอบอยู่ พบเจอ กับ ทุกสิ่งที่เป็นแรงขับเคลี่อนที่ดีของชีวิต
บนความเชื่อที่ว่าแรงบันดาลใจอยู่ในทุกสิ่ง มันอาจจะจริงก็ได้

แต่บางวันที่มันว่างเปล่าจริงๆ บางทีเรายิ่งค้นหา ก็ยิ่งดูยากเย็น
การเก็บแรงบันดาลใจมาใส่กล่อง เป็นเหมือนข้อความช่วยจำ ให้แรงบันดาลใจบางอย่างกลับมาในวันที่แรงบันดาลใจกลายเป็นเรื่องยาก
(ไม่มีอะไรแค่จะมาแชร์วิธีคิดบางอย่างเท่านั่นเอง)
 
the inspiration box (mine)
+ คน/สัตว์
คนที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ฉัน มีน้อยมาก ไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เป็นคนมองโลกในแง่บวก มองข้อดีของคนเสมอ ใช่ว่าทุกคนจะเป็นแรงบันดาลใจได้ ในโลกนี้มีไม่ถึงห้าคน แต่ทุกครั้งที่เจอฉันรู้เลยว่าคนเหล่านี้ให้พลังกับฉันได้มากมายมหาศาล
[ทุกสิ่ง / คนสำคัญ / คนรัก/บางคน/พิงกี้]
ลองนึกถึงคนที่ไปเจอ แล้วได้พลังงานกลับมาทุกครั้งสิ รู้สึกตื่นเต้น อยากทำอะไรต่อมิอะไร ฉันชอบเจอผู้คนเหล่านั้นแต่คนพลังลบ ก็ไม่เคยทอดทิ้งแค่ไม่ยอมให้พลังลบมาทำอะไรได้
แต่คนธรรมดาบางคน บางวัน เขากลับมีอะไรที่ inspireได้และคนที่ไม่เคยคาดหวัง อาจสร้าง surprise!

+รัก
การอยู่ในช่วงเริ่มต้นของความรัก (แบบแฟนแฟน) เป็นแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ เราทำได้ทุกอย่างเวลาตกหลุมรัก (ในโลกของคนทั่วไป)
แต่ฉันไม่อยากจะให้อาการตกหลุมมาเกี่ยวข้องเท่าไหร่เพราะความรักมันเป็นแค่ความรู้สึก เพราะวันหนึ่งความรู้สึกนี้อาจหมดไป แต่อย่าเถียง มันเป็นแรงบันดาลใจได้จริง ถ้ามีความรักแบบที่เหมือนตกหลุมรักกันทุกวัน ก็คงจะดี
คนรัก* / ดอกจันกำกับคนรักไว้ เพราะมันอาจเปลี่ยนแปลงได้ เราจะอยู่กับคนที่บั่นทอนแรงบันดาลใจ ได้ไกลแค่ไหน? แต่เมื่อถอยกลับมามองดูในภาพรวม ความรักมันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต การมีใครสักคนไว้ให้เรารักด้วยหัวใจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2009/01/16/the-inspiration-box/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>see you anytime i want</title>
		<link>http://ramida.net/2009/01/08/see-you-anytime-i-want/</link>
		<comments>http://ramida.net/2009/01/08/see-you-anytime-i-want/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2009 16:40:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i read :)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2009/01/08/see-you-anytime-i-want/</guid>
		<description><![CDATA[พบกันวันคิดถึง / see you anytime i want
มีเรื่องราวและภาพประกอบโดยคุณ Kikuta Mariko หนังสือเล่มนี้อยู่กับฉันมาห้าปีแล้วแต่ก็ยังดูเหมือนซื้อมาเมื่อวาน เก็บรักษาไว้อย่างดี  ไม่ว่าจะย้ายไปไหนฉันจะนำมันติดตัวไปด้วยเสมอ นานๆจะหยิบมาอ่านที เพราะว่าอ่านทุกครั้งจะต้องร้องไห้


หนังสือเป็นเรื่องของ มิกิจัง กับหมาน้อยชื่อว่า ชิโระ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าเวลาที่เรารักอะไรก็ตามมากๆสิ่งๆนั้นไม่มีวันเลือนหายไปจากชีวิตเราได้ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่
หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันนึกถึงหมาของฉัน (ไม่กล้าเอ่ยชื่อ) ที่ร้องไห้ก็เพราะหนังสือเป็นตัวแทนที่บอกฉันว่าเราเคยมีความทรงจำที่ดีร่วมกันในช่วงชีวิตหนึ่ง
การที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเราจะเลิกรักหรือไม่คิดถึงกัน
ฉันเป็นคนรักหมามาก หมาของฉันตายไปตั้งนานแล้วแต่ก็ยังคิดถึงอยู่บ่อยๆ คิดถึงขนนุ่มๆ กลิ่นของมัน ความเท่ ความกล้าหาญ และความรักที่มันมีให้ฉัน
ทุกวันนี้กลายเป็นคนที่ไม่เลี้ยงหมา ไม่กล้าที่จะรักแบบที่เคยแม้แต่สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดก็ยังกล้าๆกลัวๆแต่ก็ค่อยๆฝึกไปกับหมาของเพื่อน ยังมีความฝันว่าวันหนึ่งจะกลับมาเลี้ยงหมาได้ส่วนเจ้าเฉาก๊วย (พยายามเรียกชื่อ) ก็อยู่ในใจ คิดถึงมากและก็ยังรักมันมากเหมือนเดิมทุกวัน
ถ้าวันไหนที่เราคิดถึงกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บนโลกนี้ หรือจักรวาลไหน เราจะทำเหมือนที่ ชิโระกับมิกิจัง บอกไว้ในหนังสือ  เพราะฉันเชื่อว่าในจักรวาลแห่งความนึกคิด เรายังอยู่ด้วยกันเสมอเท่าที่ใจเราต้องการ
+ พบกันวันคิดถึง ไม่พบว่าวางขายที่ไหนมานานแล้วเพราะถ้าเจอก็คงไม่พลาดที่จะซื้อเก็บไว้
เราแบ่งกันอ่านได้ ถ้าใครต้องการ
++ ไปอ่านเนื้อเรื่องเต็มๆได้ที่ blog คุณ rathwjj ค่ะ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2009/01/08/see-you-anytime-i-want/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Living in Polaroid</title>
		<link>http://ramida.net/2008/10/18/living-polaroid/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/10/18/living-polaroid/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2008 09:19:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[playing:)]]></category>
		<category><![CDATA[traveling:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/10/18/living-polaroid/</guid>
		<description><![CDATA[+Polaroid Land Camera Model 95
เป็นกล้องโพลารอยด์ตัวแรกรุ่นแรกของโลก วางขาย ในปี1948 (2008-1948 = 60 ปี)
แน่นอน ฟิล์มเลิกทำการผลิตไปแล้ว

กล้องตัวนี้เป็นของสะสมของ Uncle เป็นผู้ใหญ่ที่เจอกันครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึง แรงบันดาลใจ พลังบางอย่าง เคยไหมที่เจอใครแค่ไม่นานนักแต่ก็รู้สึกว่ามีพลังบางอย่างขับเคลื่อน
ที่อยากให้เราลุกขึ้นมาทำอะไรต่อมิอะไร Uncle บอกฉันว่า ถ้าเอากล้องตัวนี้ออกไปออกทริปถ่ายรูป แทนที่คนจะถ่ายอย่างอื่น ก็จะหันมาถ่ายกล้องตัวนี้แทน

ฉันและเพื่อนรู้จัก Uncleในทริป homestay division เป็นอีกทริปที่แสนสนุก เวลาผ่านไปเร็วแต่ก็ทำให้พวกเรานึกถึง วรรณกรรมเรื่อง เจ้าชายน้อย ในบทที่23
มีเจ้าชายน้อย คุณหมาป่า และดอกกุหลาบ
การเอาชีวิตไปสำผัสกับใคร ทำให้รู้สึกถึงเป็นการส่วนหนึ่งของกัน เมื่อสร้างความสัมพันธ์กับใคร เราก็มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสิ่งต่างๆที่เป็นไปในความสัมพันธ์นั้น
Uncle ให้กล้องตัวนี้กับฉัน เพราะเห็นฉันชอบการถ่ายรูป ได้มาอย่างงงๆเพราะของสะสมมันมีค่ามากกว่าจะระบุราคาของมันได้ ฉันสัญญากับ uncle ว่าจะเก็บรักษาไว้อย่างดี เมื่อได้ตัวนี้มาระหว่างนั่งรถกลับ พลันนึกถึงกล้องตัวแรกในชีวิตที่พ่อสอนถ่ายรูป กล้องตัวแรกเป็นกล้องปรับด้วยมือ กล้องฟิล์ม เมื่อกลับถึงบ้าน ถึงเวลาค้นในห้องเก็บของ
ค้นจนเจอ .. มันเสียจนซ่อมไม่ได้ แต่ก็ดีใจมากที่ได้เจอกันอีก เอาวางคู่กัน
ฉันไม่ใช่แฟนประจำของโพลารอยด์ ฉันชอบกล้องฟิล์มมากกว่า ถ้าเลิกผลิตไปก็ไม่เดือดร้อนเท่าไรแต่ก็อยากให้โลกนี้มีกล้องโพลารอยด์ไว้ กล้องตัวนี้ใช้ทำอะไรได้ ฟิล์มก็ไม่มี เก่าก็เก่า
คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือใช้ เป็นแรงบันดาลใจได้ แค่มีตั้งไว้ในบ้านนอกจากจะดูเท่มากแล้ว
เมื่อมองเห็นมันก็อยากจะหยิบกล้องที่มีทุกตัวในชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ ออกไปถ่ายรูปทุกอย่างที่ขวางหน้า
+uncleบอกว่า กำแพงบ้านเรานี่แหล่ะที่ถ่ายรูปออกมา จะดูสวยงามที่สุด

+ a little model is Pinky my dear niece
she&#8217;s 5  and [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/10/18/living-polaroid/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Only yesterday</title>
		<link>http://ramida.net/2008/09/29/only-yesterday/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/09/29/only-yesterday/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2008 05:55:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[movie:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/09/29/only-yesterday/</guid>
		<description><![CDATA[ความทรงจำในชีวิตของแต่ละคน เป็นเรื่องของความสุขและความเศร้าที่ปะปนกันไป แต่ไม่ว่าแบบไหนความทรงจำเป็นสิ่งล้ำค่า เมื่อมองมันอย่างเข้าใจ

Only yesterday เป็นเรื่องของทาเอโกะในวัย 27 สาวออฟฟิศที่ลาพักร้อนเพื่อไปใช้ชีวิตเป็นสาวชาวไร่ในชนบท การเดินทางในครั้งนี้มีทาเอโกะจังตอนป.5 ออกเดินทางไปด้วยกัน ในระหว่างทริปมีความทรงจำในตอนเด็กของเธอโผล่ขึ้นมาทักทายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ได้ชิมสับปะรดเป็นครั้งแรก ไปเที่ยวบ่อน้ำร้อนครั้งแรก กลุ่มเพื่อนตอนเด็กทั้งพวกที่ชอบแกล้งและกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ความเป็นกบฏตัวน้อยๆของบ้านเริ่มก่อตัว ช่วงชีวิตที่ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงและความรักครั้งแรกที่รู้สึกเหมือนบินได้
วันที่ฝนตก วันที่มีเมฆมาก หรือวันที่อากาศแจ่มใส เธอชอบแบบไหนมากกว่ากัน?

หน้าที่ของความทรงจำ
บางทีก็มีเรื่องที่เราลืมไปแล้ว โผล่มาให้คิดถึงมันอีกไม่ได้ตั้งใจ ความทรงจำอาจทำให้เรามีความสุขและน้ำตาในเวลาเดียวกัน หนังดำเนินไปอย่างราบเรียบ ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนนั่งรถไฟไปเที่ยวไกลๆคิดอะไรไปเรื่อยๆแต่ความเรียบง่ายก็อาจสะกิดต่อมบางอย่าง ให้รู้สึกถึงมันได้ ช่วงเวลาที่ทาเอโกะลาพักร้อนมาอยู่บ้านไร่ เธอจึงมีโอกาสทบทวนหลายสิ่งในชีวิต ในตอนท้ายเรื่อง ทาเอโกะก็มาถึงจุดที่เป็นทางแยกสำคัญของชีวิตอีกครั้งและความทรงจำตอนป.5 ก็มีส่วนในการตัดสินใจของเธอในปัจจุบัน

ระหว่างที่ดูนึกถึงตัวเองในตอนเด็กไปด้วย ป.5 เป็นช่วงออกเดินทางคนเดียวเป็นครั้งแรก ทั้งตื่นเต้น และกลัว นอกจากนั้นคือความสนุก ตัวตนของฉันในตอนนั้นบอกตัวตนของวันนี้ได้ชัดเจนเหลือเกิน นึกถึงเพลงที่ฟังในตอนนั้น หนังสือที่อ่าน วาดรูป จิตนาการ เขียนเรื่องสั้นและเรียงความได้อย่างโดดเด่น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังหาร กลับเศษเป็นส่วนไม่ค่อยเป็น ( เหมือนทาเอโกะจัง) เพื่อนสมัยเด็ก ความฝันในตอนนั้นกับปัจจุบันยังเป็นเรื่องเดียวกัน
ตอนป.5รู้แล้วว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร รักและเลือกในสิ่งไหน สิ่งต่างๆ พลันจะทำให้เราร้องไห้กับมันได้เสมอ เวลาที่ออกเดินทางหรือแม้กระทั่งตอนนี้ฉันไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยว ฉันเชื่อว่าฉันตอนป.5ยังคงโลดแล่น กระโดดชักชวนปัจจุบันให้ออกมาวิ่งเล่นด้วยกันเสมอ
คนเราถ้ามาถึงจุดที่เกิดคำถามง่ายๆ ที่ตอบยากขึ้นมาในชีวิต
ลองกลับไปคุยกับตัวเองตอนป.5ดีไหม?

+Only yesterday มีชื่อญี่ปุ่น おもひでぽろぽろ ความหมาย ความทรงจำที่ล่วงผ่านราวกับหยดน้ำตา / Thanks wiki!
+Only yesterday / The carpenters.
เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ชอบ ว่ากันตามจริงตอนเด็ก ฉันชอบวงนี้มาก   หัดร้องทุกเพลง จนเทปยืด กระดาษปกเทปฉีก Yesterday Once More เป็นเพลงที่ร้องได้ดีตอนเด็ก แต่โตขึ้นเพลงที่ปัจจุบันยังร้องอยู่ทุกวัน คือ Close to you ส่วน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/09/29/only-yesterday/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล่มนี้(ของฉัน)</title>
		<link>http://ramida.net/2008/09/25/if-we-ever-break-upthis-is-my-book/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/09/25/if-we-ever-break-upthis-is-my-book/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2008 10:53:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i read :)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/09/25/i-say/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b1%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[If we ever break up,This is my book. / Jason Logan
มีชื่อภาษาไทยว่า บันทึกรัก ( ในวันที่เราเลิกกัน ) คณาคม มลังไพศรพณ์ / แปล

เป็นคนชอบตัวการ์ตูนเป็นทุนเดิม ยิ่งพอมีตัวหนังสือ สั้นๆ ชัดเจน ก็ยิ่งชอบ หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ในวันที่ เธอ/เขา ไม่อยู่แล้ว

ที่จริงแล้ว การเลิกกัน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนเกิดมาก็ต้องเจอ เป็นเรื่องที่ต้องผ่านด้วยตัวเองจริงๆ หนังสือไม่ได้ช่วยอะไรและดูเหมือนไม่มีใครช่วยเราได้ ถ้าอกหักอยู่คงจี๊ดไม่มากก็น้อยกับหนังสือเล่มนี้ อกหักคืออะไร..ไม่รู้จัก ไม่รู้จัก
อ่านไปสามรอบ ก็ขำทั้งสามรอบ การอกหักเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดกันทั้งโลกหรือทั้งจักรวาล ความบ้าคลั่ง .. เค้าเป็นกันทั้งโลก ไม่มีใครอยากนั่งแยกกองซีดี กองหนังสือ หรืออะไรก็ตามที่เคยซื้อด้วยกัน เสื้อยืดที่ใส่กันเป็นคู่ถึงคราวต้องพรากจากแต่เชื่อว่าก็คงมีส่วนดีอยู่บ้างในทุกความเสียหายที่เกิดขึ้น ยอมรับเสียเถิด ว่าการพบกัน รักกัน หรือเลิกกัน ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงๆ  
ภาพบางส่วนจากหนังสือ,

ในฐานะคนอ่านที่ลอยตัวอยู่เหนือสถานการณ์เหล่านั้น ก็เลยมองมันอย่างเข้าใจ เพราะรูปแบบการเลิกราคงมีไม่กี่แบบ หนังสือบอกถึงช่วงเวลาเหล่านั้น ในวันที่เลิกมีกิจกรรมชีวิตมืดมนให้ทำกันอยู่มากมาย บางวันอาจดีขึ้น หรืออาจกลับไปบ้ายิ่งกว่าเดิม จนในที่สุดมันก็คงเป็นอีกเรื่องที่ต้องผ่านไป เชื่อเถิดว่ามันผ่านไปได้จริง
เชื่อสิ,ฉันเลิกมาเยอะและอาจจะรัก (Verb) นับครั้งได้มากกว่า จนเข้าใจ เลยรู้ว่ามันต้องผ่านความรู้สึกแบบนี้และมันก็ผ่านไปเป็นอีกแบบได้เสมอ ค่อนข้างเชื่อว่า ความสัมพันธ์เมื่อมันมาจนสุดทาง มันก็คือสุดทางจริงๆ ทำไมไม่กอดกัน แล้วเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิต [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/09/25/if-we-ever-break-upthis-is-my-book/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลวงพะบางที่รัก</title>
		<link>http://ramida.net/2008/09/19/dearluangprabang/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/09/19/dearluangprabang/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2008 15:37:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[destination!]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[traveling:)]]></category>
		<category><![CDATA[voyage notes]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/09/19/i-say/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/</guid>
		<description><![CDATA[Note : เพิ่งได้ดู สบายดีหลวงพะบางจบ เกิดอาการคิดถึงเมืองสุดแสนโรแมนติกเมืองนี้ขึ้นมาไม่อยากให้มันผ่านไป ก็เลยไปค้นบันทึกการเดินทางเก่าๆ

เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางครั้งใหม่ ที่ยังอยากให้เป็นเมืองๆเดิม
ข้อความตัดทอนมาจากสมุดบันทึก  ไม่ได้ปรุงแต่งสิ่งใด แค่ตัดมาบางส่วน (ขอเก็บไว้เขียนหนังสือบ้าง)
ในบันทึกมีความน่ารักเหลือเกิน  ชอบสายตาของตัวเองในตอนนั้น รู้สึกได้ว่าตกหลุมรักเมืองนี้เข้าอย่างจัง

ทักทาย,สะบายดี
+ โบกมือลาวังเวียงตอนเก้าโมง มาขึ้นมินิบัสไปเมืองหลวง ขึ้นรถไปฉันก็สลบ หลับ ตื่นมาถ่ายรูปเป็นพักๆแล้วหลับต่อ เป็นการเดินทางที่หนาวขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกของการเดินทางก็มีถนนเหมือนชนบททั่วไป เดินทางไม่ลำบากมาก พอถึงช่วงกลางของการเดินทางจะพบการเดินทางที่ทรหดมาก เป็นทางลูกรังเหมือนขึ้นดอยวาวีเมื่อสิบปีก่อน กิโลแม้วชัดๆ บางช่วงของถนนก็จะมีดินภูเขาถล่มลงมา
+ บางทีการเดินทางที่ยากลำบากอาจเป็นเงื่อนไขให้เมืองบางเมืองยังคงความเป็นตัวเองได้ชัดเจน การเดินทางไปหลวงพระบางเหมือนการเดินทางย้อนอดีต
+หลวงพะบางออกมาต้อนรับ ด้วยละอองฝน
+ เมืองมรดกโลกที่ฉันฝันถึง เป็นสถาปัตยกรรมลาวกลิ่นฝรั่งเศส เมื่อยังเด็กฉันมักของขึ้นเสมอเวลาเรียนวิชาประวัติศาสตร์ในยุคล่าอาณานิคม มาถึงสมัยนี้แล้วฉันอยากจะขำให้อาการเหล่านั้นเพราะได้มองอะไรเปลี่ยนไปเยอะ ที่สำคัญตอนนี้ฉันตกเป็นทาสของหนังกับเพลงฝรั่งเศสไปซะแล้วนี่ยังไม่รวม ไวน์กับชีส แล้วสิ่งที่คนไทยสมัยก่อนทำกับลาวสิ ก็น่าเจ็บช้ำน้ำใจมาก อาจทำให้เจ็บจี๊ดๆกันทั้งคู่แต่เป็นเรื่องเก่าสมัยโบราณไปแล้ว จะฟื้นขึ้นมาทำไม
สำหรับฉันในดินแดนอุษาคเนย์เบบี๋นี้ คนลาวน่ารักที่สุด
สนใจทำไมอดีต รักกันในวันนี้ ใช่หรือไม่ ?

เมืองของการหลับไหล,
+ บ้านเรือนและท้องฟ้า
+ เมืองหลวงพะบางมีวัดสามสิบกว่าวัด
+ฉันหน้าเหมือนผู้สาวลาวที่มาเรียนกรุงเทพฯ ( หนุ่มลาวบอกไว้) หนุ่มลาวใสซื่อและตรงไปตรงมาดี เดินมาบอกกันต่อหน้า อย่างไม่เขินอาย โดนชมว่า งาม ตลอด ( เชื่อคนง่าย )
+ บนยอดพูสี มองลงมาเห็นตัวเมือง หมอกบางๆหรือว่าควันจากการหุงต้มนะ แอบสงสัย
เห็นภาพนี้แล้ว คิดถึงตอนเด็กๆที่ไปเล่นมาทั้งวันเวลานี้ได้เวลากลับบ้านแล้วแม่ทำกับข้าวไว้รอ
+ ฉันรักเมืองนี้
+ ดอกจำปาลาว ได้เอาไปใช้กับสายการบินลาว การทัดหูด้วยดอกไม้ของหญิงสาว
แฝงความหมายบางอย่างไว้
+ เด็กน้อยที่เดินขึ้นมาด้วยกัน
+ รู้สึกดีกับโลกนี้จัง
+ ส่วนที่ดีที่สุดของวัน / ส่วนที่ดีที่สุดของคืนของคืน ก็มาตามนัด

So [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/09/19/dearluangprabang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>happiness is..</title>
		<link>http://ramida.net/2008/09/07/happiness-is/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/09/07/happiness-is/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2008 08:35:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[Quote]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/09/07/i-say/happiness-is/</guid>
		<description><![CDATA[me:: อยากให้เธอมีความสุข 
.
.
you:: เราก็ิอยากให้เธอมีความสุขด้วย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/09/07/happiness-is/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Garlic Bread</title>
		<link>http://ramida.net/2008/08/08/garlic-bread/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/08/08/garlic-bread/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Aug 2008 03:49:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[cooking:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[recipe]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/08/08/i-say/garlic-bread/</guid>
		<description><![CDATA[
วันนี้เอาสูตรทำ ขนมปังกระเทียมมาฝาก
มีสองสูตรให้เลือกทำ คือสูตร น้องเนย กับ น้องโอลีฟ หรือน้ำมันมะกอก
วันนี้เอาสูตรน้ำมันมะกอกมาฝาก
Garlic Bread เหมาะสำหรับไปวางข้างๆอาหารจานหลักอย่างสปาเกตตีแต่ถ้าไม่อยากจริงจัง เอามาทานเล่นๆก็อร่อยได้

ส่วนผสม มีดังนี้!
1. ขนมปังโฮลวีต
2. น้ำมันมะกอก [where's Olive?]
3. กระเทียมลูกใหญ่
4. ออริกาโน
 
  
วิธืทำ
1.ทุบและสับกระเทียม ไม่ต้องละเอียดมาก

2.นำกระเทียมไปผสมกับน้ำมันมะกอก คนให้เข้ากัน
3.นำส่วนผสมในข้อ1&#38;2 มาวางลงบนขนมปังโฮลวีต เราจะโรยออริกาโนกันในเวลานี้ 

4.นำไปอบที่ความร้อน 175 C / 5 นาที
5.เสร็จแล้ว ..ง่ายมาก

ง่าย อร่อย และเป็นของโปรดของฉัน[เหมือนกัน]
  :)
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/08/08/garlic-bread/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Neverland</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/31/neverland/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/31/neverland/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 31 Jul 2008 10:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[destination!]]></category>
		<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>
		<category><![CDATA[places:)]]></category>
		<category><![CDATA[traveling:)]]></category>
		<category><![CDATA[voyage notes]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/31/i-say/neverland/</guid>
		<description><![CDATA[มันมีสถานที่อยู่ไม่กี่แห่งบนโลกหรอกที่ฉันจะบอกได้เต็มปากว่า รักที่แห่งนี้เหลือเกิน
ยินดีต้อนรับสู่ Neverland  


เนเวอร์แลนด์เป็นส่วนหนึ่งของทะเลอ่าวไทยอยู่บนเกาะเล็กๆ ที่เรียกว่าเกาะหมาก
หมากคือ มะพร้าว นั่นเอง ความตั้งใจของฉันกับที่นี่คือตั้งใจไปถ่ายรูปเพื่อทำโปสการ์ดสวยๆ ไปวางไว้ที่นั่นแต่เมื่อไปถึงมันมีอะไรมากกว่านั้นเสมอ
คนที่สร้างที่นี่ขึ้นมา เป็นเพื่อนกัน เป็นผู้หญิงกับผู้ชาย คือ โป้ กับ ยู และฉันก็เป็นเพื่อนของสองคนนี้อีกที ทั้งสองคนสร้างมาNeverland มากับมือ นั่นหมายถึงการเดินไปตัดไม้ในป่า ทาสี ตอกตะปู เลื่อยไม้ ตกแต่ง จ้างช่างบนเกาะมาสร้างเท่าที่จำเป็น เจ้าของบ้านทั้งสองคนภูมิใจไม่น้อย ที่ได้พูดคำว่า นี่ไงบ้านเรา
ฉันชอบอยู่กับคนที่มีความฝันที่ไม่รู้ว่ามันจะจริงขึ้นมาวันไหน มากกว่าคนที่ทนอยู่กับความจริงแล้วบอกว่าทุกอย่างมันดูแย่แต่ชีวิตก็ยังไม่เดินไปไหน ก็ยังอยู่ในกล่อง

เนเวอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ไปได้โดยไม่ต้องฝัน ไม่มีใครว่าอะไร ถ้าเราจะเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตสำหรับที่นี่อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ [ง่ายไหม]
อยู่ที่นี่แล้วรู้สึกเหมือนอีกโลกหนึ่ง ในคืนแรกฉันยังลงเอยกับที่นอนไม่ได้
โป้บอกว่า นอนที่ไหนก็ได้ ไม่เข้าใจ ว่านอนที่ไหนก็ได้ มันเป็นยังไง
คืนแรกเลยได้นอนฟูกและมีมุ้งกลมกางให้ยามนอนแต่คืนถัดไปจากนั้น ด้วยความเหนื่อย ผสมกับเมาทำให้ฉันล้มตัวลงนอนที่ไหนก็ได้ มีเพลงขับกล่อมตลอดเวลา โดยไม่ต้องพึ่งหูฟัง
ยุงมักใจดีกับคนเมาเสมอ วันดีคืนดีก็จะมีมินิคอนเสิร์ตอยู่ข้างๆ ในตอนที่หลับอยู่
เหนื่อยแต่มีความสุขเหลือเกิน
ชีวิตในตอนกลางวันที่เนเวอร์แลนด์ เริ่มจาก การตื่นกี่โมงก็ได้ บางวันฉันก็ตื่นมาทำโน่นนี่
ฉันเกลียดการล้างจาน แต่ที่นี่ฉันรู้สึกอยากล้างจาน รู้สึกอยากเอาชนะภูเขาลูกใหญ่ที่วางซ้อนกันอยู่ รู้สึกมีแรงทำสิ่งต่างๆ โดยที่ไม่มีใครร้องขอ รู้สึกมีพลังงานวิ่งอยู่ในตัว บางวันทำอาหารให้นักทาสีกับนักเลื่อยไม้ซึ่งอาจแปลงกายเป็นนักดนตรีหรือแม่ครัวได้ทุกเมื่อ ฉันชอบทำอาหารให้คนที่ฉันรัก แน่นอน ฉันรักสองคนนี้  อยากพักอ่านหนังสือก็ไปอ่าน อยากขีดเขียนอะไรก็เขียน ตอนเย็นก็ขับรถเล่น พอตกดึกก็จะเริ่มมีแขกเข้ามาที่เนเวอร์แลนด์ก็ช่วยขายของ นั่งคุยกับคนนั้นคนนี้ ยูก็จะทำพิซซ่าขาย ปิ้งหมูสะเต๊ะ โป้ก็เป็นดีเจ บางทีก็เปิดคอนเสิร์ต บางทีสองคนนี้ก็ลุกขึ้นมาทำเพลง ทุกคนทั้งหมดนี้เมาตลอดเวลา
ทำตัวเพี้ยนได้ไม่มีใครว่า อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ยึดติดกับความเป็นไปของโลก
แถม young at heart ด้วย 
เหมือนเป็นผู้สื่อข่าวสาวพลัดหลงไปดินแดนมหัศจรรย์ ไปเจอปีเตอร์แพนที่เป่าทรัมเป็ต
กับทิงเกอร์เบลล์ที่มอมแมมไปด้วยสีทาบ้าน

บางวันก็ขับรถไปเที่ยวทะเล [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/31/neverland/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Cheesecake</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/21/cheesecake/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/21/cheesecake/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2008 13:42:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>
		<category><![CDATA[places:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/21/i-say/cheesecake/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้จะแนะนำให้รู้จักกับ Cheesecake ที่อร่อยที่สุดในโลก
คนเราต่างมีความ &#8220;ที่สุดในโลก&#8221; ไม่เหมือนกัน เพราะไม่มีใครชอบเหมือนกันไปหมดทุกอย่าง
หยิบมาเขียนใน Pick &#8216;em up! แสดงว่าเลือกดีแล้ว เชื่อใจฉันเถอะ


JoMa Bakery &#38; Café 
ตอนที่อยู่หลวงพระบางฉันไปนั่งอ่านหนังสือร้านนี้ทุกวัน เจ้าของร้านเป็นชาวต่างชาติ ขนมปังอบสดใหม่ทุกวัน มีเค้ก แซนวิช บราวนี่ มัฟฟิน คุกกี้ รวมไปถึงกาแฟลาวที่ขมได้ใจ ทำให้ยืดระยะเวลาอ่านหนังสือในตอนค่ำคืนได้อีกไกล หลายคนขนานนามว่าเป็น Starbucks แห่งเมืองลาว ซึ่งสำหรับฉัน Starbucks ก็คือ Starbucks / JoMa ก็คือ JoMa ไม่มีอะไรทดแทนกันได้
กาแฟฉันเลือก Starbucks ที่มีอยู่หลายสาขาทั่วโลกแต่ถ้าเป็นชีสเค้กต้องยกให้ JoMa Bakery &#38; Café ซึ่งมีแค่สองสาขาคือที่ หลวงพระบางและเวียงจันทน์เท่านั้น
ฉันไปลาวบ่อย เพราะชอบวังเวียง (ไปง่ายกว่าปายเสียอีก) แต่ทุกครั้งที่ผ่านเวียงจันทน์ต้องแวะไปอร่อยกับชีสเค้กก่อน สาขาที่หลวงพระบาง ก็เหมาะนักที่จะอยู่กับกาแฟที่ชอบ ชีสเค้กที่ถูกใจ กับหนังสือสักเล่ม โปสการ์ดอีก 2 แผ่น ในเมืองเจ้าหญิงนิทราแห่งอุษาคเนย์

ชีสเค้กที่อร่อยที่สุดในโลกสามารถอร่อยได้อย่างโดดเดี่ยวลำพังโดยไม่จำเป็นต้องมีท๊อปปิงบลูเบอร์รี่โรยหน้า ส่วนผสมของชีสเค้ก ล้วนนำเข้ามาจากต่างประเทศ ( ไม่ทราบที่มา )
พายครัสต์ หรือฐานของมัน มีความกรุบกรอบ ตัวfilling ก็คือครีมชีสเนื้อนุ่ม หอมกลิ่นนม
ฉันซื้อครีมชีสติดตัวกลับมาจากลาวด้วยเสมอ ถูกและดี คนลาวบริโภคชีสเคียงคู่มากับข้าวจี่ หรือขนมปังฝรั่งเศส
:]
ชีสเค้กมีมากมายหลายแบบ แต่ฉันชอบ Classic Cheesecake ชีสเค้กที่ฉันทำเองก็รสชาดอร่อยไปอีกแบบ วัดผลจากคนที่ติดไปแล้ว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/21/cheesecake/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Daddy-Long-Legs</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/19/daddy-long-legs/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/19/daddy-long-legs/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2008 10:48:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i read :)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[pick 'em up]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/19/i-say/daddy-long-legs/</guid>
		<description><![CDATA[ถึง คุณพ่อขายาวที่รัก

วันนี้ดิฉันตื่นขึ้นด้วยความสดใส ทั้งที่เมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอนเลย
ท่านคะ หลังจากที่อ่าน คุณพ่อขายาว ของ จีน เว็บสเตอร์จบ
ดิฉันก็อ่าน คาฟการ์ออนเดอะชอร์ ต่อ กับคาฟกา รอบนี้เป็นหนที่สอง
ดิฉันว่า หนังสือบางเล่มมันควรค่ากับการอ่านซ้ำไปตลอดชีวิต
ส่วนหนังสือบางเล่ม ดิฉันก็ไม่อาจอภัยให้ได้ อยากจะเอาไปเผาไฟใจจะขาด
โลกของดิฉันผูกพันกับการอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก
ท่านคะ ดิฉันอ่านคุณพ่อขายาวครั้งแรกตอน ป.5
ในห้องสมุดโรงเรียน ถ้าไม่เป็นเพราะการแกล้งป่วยในชั่วโมงเรียนพละ
ดิฉันคงไม่ถูกค้นพบว่า ตัวตนของดิฉันอยู่ที่ไหนในจักรวาลนี้
สิ่งที่ทำให้ดิฉัน ตื่น กับการมีชีวิต คือ การเขียนหนังสือ และฟังเพลง
สิ่งที่ทำให้ฉัน นิ่ง กับการมีชีวิตคือ การทำขนม และการอ่านหนังสือ

สิ่งที่จำได้เกี่ยวกับวรรณกรรมเล่มนี้ ในความทรงจำของเด็ก ป.5คนหนึ่ง
คือ ชอบ เท่านั้นเองค่ะคุณพ่อ ชอบเหมือนที่ดิฉันชอบโดเรมอน และอาราเร่
ดิฉันซื้อหนังสือ คุณพ่อขายาว ฉบับวรรณกรรมโรแมนติกคลาสสิค
ในเดือน พฤษภาคม ปี1996 จากวันนั้นถึงวันนี้  12 ปีแล้ว
ที่หนังสือเล่มนี้อยู่ในชั้นวางหมวดหมู่ หนังสือที่ฉันรัก
แต่ที่จริงแล้วเรื่องมันเกิดตั้งแต่ ป.5
ก็เหมือนว่ามันอยู่กับฉันมาเกือบทั้งชีวิต
คุณพ่อขายาวเป็นเรื่องราวของ เจรูชา  แอ๊บบอท เด็กกำพร้าที่วันหนึ่ง
ก็มีผู้ชายใจดีอุปการะส่งเสียให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
ผู้ชายใจดี หรือคุณพ่อขายาวคนนี้ เห็นความเป็นนักเขียนในตัวเธอ
สิ่งที่เธอต้องทำคือ  เขียนจดหมาย เล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิตให้เขาฟัง
ในช่วงตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่
หนังสือเล่มนี้คือจดหมายของจูดี้ ที่มีไปถึงคุณพ่ออุปถัมภ์ของเธอ
  
สิ่งที่ฉันได้จากหนังสือเล่มนี้คือ ความจริงใจของเด็กสาวคนนี้
เธอชอบ ก็บอกว่าชอบ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/19/daddy-long-legs/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Tiramisù</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/15/tiramisu/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/15/tiramisu/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2008 12:17:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/15/i-say/tiramisu/</guid>
		<description><![CDATA[ทีรามิสุ เป็นขนมหวานอิตาเลียน ทำมาจาก Savoiardi ( Lady fingers cookie ) จุ่มลงใน Espresso และ Mascarpone Cream ส่วนผสมอื่นมี ไข่ น้ำตาล เหล้ารัม และ โกโก้


ทีรามิสุ เป็น Layered cakes คือมีการจัดวางเป็นชั้นๆ เวลาเอาส้อมจิ้มไปสักทีก็จะได้รสของคัสตาร์ด รสขมของกาแฟที่รวมตัวอยู่ใน Savoiardi รสของ Mascarponeครีมชีส เหล้ารัม และผงโกโก้ที่โรยตัวอยู่บนสุด ฉันชอบทีรามิสที่นุ่มและเบา อาจไม่เหมือนกับไปสวรรค์แค่ลอยตัวอยู่บนเมฆเวลาที่หลับตาชิมรสชาดของมัน
  
มากไปกว่านั้น ฉันชอบในความหมายที่น่ารักของมัน Tiramisù ในภาษาอิตาเลียนมีความหมายว่า Pick Me Up ( Tirami su ) เลือกฉันสิ!
ความหมายอื่นๆ make me less sad / happier:) ทำให้ฉันเศร้าน้อยลง / มีความสุขมากขึ้น
• thanks Wikipedia
ฉันไม่ชอบกินขนม (ชิมเฉยๆและชอบทำให้คนอื่น) แต่จะรู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นทุกครั้งถ้าได้เจอกับทีรามิสุดีดี
  
ฉันเคยทำทีรามิสุครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่โดนใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รีบ ค่อยๆหาสูตรที่ถูกใจเรามากที่สุด   ต้องปรับปรุงให้มันตรงความต้องการของเรามากที่สุด เหมือนเวลาที่ฉันชอบใคร [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/15/tiramisu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนของรอยยิ้ม</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/12/a-girl-of-smile/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/12/a-girl-of-smile/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Jul 2008 15:14:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[diary:)]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/12/i-say/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[ตอนเด็ก ฉันเคยป่วยนอนอยู่ที่บ้าน
ไม่ได้ไปโรงเรียน
พอถึงเวลาเลิกเรียน
ก็มีเพื่อนๆมาเยี่ยม สิบชีวิตขึ้นไป
เพื่อนบอกกับฉันว่า
วันนี้เธอไม่มา ในห้องเรียนเงียบเหงามากไม่มีใครเล่นกันเลย
ที่มากันนี่เพราะอยากเห็นรอยยิ้มสดใส

จากวันนั้น ไม่ว่าจะเจอกับอะไรในชีวิต
จะเจอกับทุกข์หรือสุข
เท่าที่ฉันจำได้เกี่ยวกับตัวเอง
คือ ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่ยิ้ม

(ถ้อยคำจากไดอารี่เล่มเก่าวันที่ 1oct05 )
(เอาไดอารี่เก่าๆมาแบ่งกันอ่าน   )
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/12/a-girl-of-smile/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>My 1st love</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/08/my-1st-love/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/08/my-1st-love/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2008 08:02:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[i say:)]]></category>
		<category><![CDATA[music:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/08/i-say/my-1st-love/</guid>
		<description><![CDATA[
รักครั้งแรกของฉัน เกิดขึ้นตอนที่ได้ฟังเพลง ก่อน ของModernDog เป็นครั้งแรก  

อกหักครั้งแรก เกิดขึ้นตอนที่รู้ว่าี่ Kurt Cobain ตายแล้ว  


]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/08/my-1st-love/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Date with Bangkok</title>
		<link>http://ramida.net/2008/07/06/date-with-bangkok/</link>
		<comments>http://ramida.net/2008/07/06/date-with-bangkok/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2008 04:48:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ange*</dc:creator>
				<category><![CDATA[BKK lover]]></category>
		<category><![CDATA[City of ange(L) trip]]></category>
		<category><![CDATA[i say:)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ramida.net/2008/07/06/i-say/date-with-bangkok/</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์ที่แล้ววางแผนไปทริปถ่ายรูปที่เกาะรัตนโกสินทร์ ตั้งใจใช้ Plan A ในการจัดวางให้ทุกสิ่งเป็นไปตามคาดหมายแม้ลึกๆจะรู้ว่า พอถึงเวลาจริงมักใช้ Plan B เสมอ
Plan B คือแผนที่ไม่ได้คาดคิด ไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อไหร่ที่เลือกใช้แผนนี้ ชีวิตก็เป็นเรื่องที่สนุกขึ้น

ปกติคนเรามักอยากไปในที่ๆไม่เคยไป ฝันถึงมัน บางทีก็ลืมคิดไปว่าเมืองที่เราอยู่มันสวยงามแค่ไหน ทุกครั้งที่ฉันออกเดทกับมหานครแห่งนี้ ฉันได้พลังงานกลับคืนมาสู่ชีวิตเสมอ
นานๆจะเจอกันทีแต่พอได้ใช้เวลาด้วยกันเมื่อไหร่ การตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดา

เดินไปตามถนนที่มีเรื่องราวของวันเก่าๆ กลิ่นความทรงจำเก่าๆ (ที่ไม่ใช่ของเรา) ถ่ายรูปอะไรก็ได้ สำผัส สัมผัสอะไรก็ได้ เดินไปไหนก็ได้ ถ้าเรารู้ว่าสถานที่ไหน ให้แรงบันดาลใจเราได้ เราก็รักที่จะไปที่นั่น
สถานที่ ผู้คน ดนตรี หรืออะไรก็ตาม แรงบันดาลใจมักซ่อนตัวอยู่ในบางสิ่ง ฉันชอบพาชีวิตตัวเองไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่เสมอ สิ่งที่ฉันไม่ต้องการพลาด ก็คือ การอยู่ในหอศิลป์ให้นานเท่าที่จะนานได้ ฉันรักสถานที่แห่งนี้ ฉันรักงานศิลปะ มันมีเรื่องราว มีการสื่อสาร ตัวตนของฉันอยู่ ณ ที่นี่ สิ้นสุดของการเดทกับกรุงเทพฯก็คือ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกที่ป้อมพระสุเมร ไม่ว่าเริ่มต้นที่ไหน ฉันมักจะใช้ช่วงสุดท้ายของวันที่นี่ เมื่อเพลงของLouis Armstrongดังขึ้นในใจเมื่อไหร่ ก็รู้สึกได้ว่าโลกเป็นสถานที่น่าอยู่เหลือเกิน โดยเฉพาะตรงที่ฉันยืนอยู่ คู่เดทของฉันเป็นเมืองที่วิเศษจริงๆ ไม่ลองมองกรุงเทพฯในสายตาแบบฉันบ้างเหรอ

การที่เราเห็นคุณค่าในสิ่งใด มันสะท้อนออกมาได้ ว่าเราเห็นคุณค่าในตัวเอง
ฉันภูมิใจที่จะบอกด้วยหัวใจ ฉันรักกรุงเทพฯค่ะ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://ramida.net/2008/07/06/date-with-bangkok/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
